ไปเที่ยวฮังการีกันเถอะ

ไหนๆก็มาทำงานแถวยุโรป ก็ต้องหาทางไปเที่ยวยุโรปให้ทั่วซะหน่อย ทำงานไป วันหยุดก็ไปเที่ยว ตอนนี้ก็นับได้ เก้าประเทศแล้วนะที่ไปตะลอนทัวร์มา ไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกัน

เพิ่งกลับมาเมื่อเช้านี้เอง แต่ก็คิดต่อไปว่าจะไปที่ไหนดีทริปหน้า ฮ่า ฮ่า

เมื่ออาทิตย์่ก่อนยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดีระหว่าง สโลวาเกีย กับ ฮังการี ก็เลยเป่ายิงฉุบกับจอนห์ว่าจะไปที่ไหนดี เลือกไม่ถูก ทั้งสองประเทศก็ไม่ไกลกันเท่าไหร่ นั่งรถไฟไปก็ห่างกันแค่สองชั่วโมง โดยประมาณ และแล้วฉันก็ชนะเลือกไปฮังการี

วันศุกร์ที่ 30 พค 2010 ก็หาข้อมูลการเดินทางอยู่้สองชั่วโมง ตอนแรกว่าจะเอารถจักรยานไปด้วย แต่ก็คิดว่า คงจะลำบากและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ยิ่งผ่านหลายประเทศก็คงเสียหลายต่อ ก็เลยตัดสินใจไม่เอาไป  หลังจากหาข้อมูลผ่านทาง http://www.idos.cz เว็บคู่ใจของฉันในการหาเส้นทางเดินรถในเชก และประเทศในยุโรป  ก็สรุปให้จอนห์ฟังว่าเราจะออกเดินทางกันตอนกลางคืน หลังเลิกงาน เวลาสี่ทุ่มที่สถานีรถไฟ Mlada boleslav train station พอเลิกงานวันนั้น ก็กลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและเก็บของใส่กระเป๋าพร้อมเดินทาง ไม่ลืมพกมินิโน๊ตบุคคู่ใจไปด้วยเผื่อฉุกเฉิน หลงทางหรือพลาดรถไฟก็จะได้หารถเที่ยวต่อไปได้

วันนั้นเราออกเดินกันจากบ้านไปถึงสถานีรถไฟก็ประมาณหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ เป็นการออกกำำลังกายไปในตัวและเราก็ขึ้นรถไฟตามเวลาเป๊ะ ไปลงที่ ปรากเพื่อไปต่อรถไฟไปฮังการี่ พอไปถึงปรากก็เที่ยงคืน แต่สถานีก็ยังมีผู้คนเดินทางกันมาก โดยเฉพาะเส้นทางไปต่างประเทศคนจะเดินทางกันตอนกลางคืน หลับไปในรถไฟ ไปถึงปลายทางก็เช้า หรือสว่างพอดี ฉันกับจอนห์ก็ไปซื้อตั๋ว ถามหาตั๋วสำหรับตู้นอน เจ้าหน้าที่ก็บอกให้ไปซื้อที่นอนบนรถไฟ เขาจะขายตั๋วรถไฟต่างหากจากตู้นอน เหมือนกับว่าเราต้องไปจ่ายค่าห้องส่วนตัวบนรถไฟต่างหากนั่นเอง

ค่าตั๋วจากปรากไปฮังการี ประมาณสองพันเชกคราวน์ไปกลับ ตั๋วนอนอีกสองคนก็สองพัน สรุปคืนนั้นจ่ายไปประมาณหกพันเชกคราวน์ ก็ประมาณสองร้อยปอนด์อังกฤษ

และเราก็มีประสบการณ์การนอนบนรถไฟหนแรก ปกติเราก็นั่งหลับ นอนหลับกันบนรถไฟเป็นปกติอยู่แล้วหล่ะ เพียงแต่ว่าไม่ได้นอนบนที่นอนนุ่มๆ มีหมอนและผ้าห่ม มีห้องน้าส่วนตัวเหมือนหนนี้ เราก็ตื่นเต้นกัน ไม่เคยเห็นตู้นอนบนรถไฟ เขาจัดห้องเล็กๆได้เป็นสัดส่วนดีมาก เตียงก็เป็นสองชั้น แถมมีชั้นบนอีกชั้นสำหรับครอบครัวทีี่มีเด็กมาด้วย เป็นสาม แต่ชั้นบนสุดจะเล็กกว่าชั้นล่าง ติดกันก็มีอ่างล้างหน้า กระจกเอาไว้แปรงฟันล้างหน้าตอนเช้า แต่ตอนขาไปไม่มีห้องสุขา และห้องอาบน้ำในห้อง ตอนขากลับเราได้ห้องที่ดีกว่า มีอาบน้ำได้ด้วย สุขาด้วย ดีมากๆเลย แถมน้ำก็ร้อนดีด้วย ที่สำคัญเราจองตู้นอนตอนกลับที่สถานีที่ฮังการี่ เขาก็ออกตั๋วให้ ค่าห้องก็ถูกกว่าตอนขาไปซะอีก และก็ได้ห้องที่ดีกว่าด้วย ไม่รู้ว่า ไอ้เจ้าหน้าที่ขาไปมันคิดราคาแพงมากเกินไปเอาเข้ากระเป๋าตัวเองหรือเปล่า ตั๋วก็ไม่ให้เราด้วยนะ ไม่อยากจะคิดแต่ก็อดคิดไม่ได้ ทำไมมันแพงกว่าแต่ได้ห้องไม่ดีเท่าห้องที่เราได้ตอนขากลับนี่มันน่าคิดนะ

Posted in Uncategorized | Leave a comment

ไปกินหมาล่าทาง และปาเป่าโจว ที่ปักกิ่ง

ฟังดูชื่อแล้วไม่น่าพิศมัยเท่าไหร่ เห็นหน้าตาแล้วตอนแรกก็ไม่กล้ากินเหมือนกัน หมา มาจากจือหมา แปลว่า งา ล่า แปลว่าเผ็ด ทาง หรือ ทัง แปลว่าซุป หรือน้ำซุป รวมกัน ก็แปลว่าซุปที่ใส่งาและน้ำพริกเผ็ดๆของเขา หน้าตาก็คล้ายก๋วยเตี๋ยวน้าตกบ้านเรานั่นเอง แต่ไม่ใส่เลือดสดๆ ใส่งาที่เขาเอาไปบดเป็นครีมข้นๆ  ได้คุณค่าทางอาหารมาก ขอบอก พริกเขาก็คล้ายๆพริกเผาบ้านเรา แต่ไม่เผ็ดร้อนเหมือนบ้านเรา เขามีเส้นเล็ก เส้นใหญ่ และ เส้นอื่นๆด้วย เวลาไปกิน หมาล่าทาง เราจะเดินไปหยิบตระกร้ามาแล้วก็เลือกผักที่เขาเสียบไม้เอาไว้เป็นไม้ๆ ตามแต่ว่าใครจะโปรดผักอะไร เอากี่ไม้ก็หยิบใส่ตระกร้าเอา แล้วก็เลือกเต้าหู้ สารพัดแบบ ทั้งเส้นยาว ฟองเต้าหู้ เต้าหู้กลม เต้าหู้ทอด ลูกชิ้นหลายอย่าง  ปลาหมึก หนวดปลาหมึก ไข่นกกระทา เห็ดสารพัดชนิด ทุกอย่างเสียบไม้เหมือนกันหมด แล้วก็หยิบใส่ตระกร้าให้เขาคิดเงิน เขาก็จะนับไม้ มีกี่ไม้ และถามว่าเอาเส้นไหม เส้นอะไร เราก็บอกเขาไป จ่ายเงินแล้วก็รอ เขาก็เอาทั้งหมดใส่ตระกร้อลวกในหม้อน้ำร้อน และก็ใส่หมาเจี้ยง น้ำงาข้นๆ แหละค่ะ แล้วก็พริกเผา

ตอนที่เพื่อนคนจีนพาไปทานหนแรก เห็นหน้าตาก็ทานไม่ลง สาเหตุหนึ่งคงเป็นเพราะฉันไม่ทานผัก เพื่อนให้ลองก็ลองไปสองคำ แล้วก็ไม่ทานอีก พออีกวันเกิดอาการอยากกิน คือวันแรกใจเรามันอคติกับรูปลักษณ์หน้าตาของเจ้าหมาล่าทางนี่และก็เพื่อนใส่ผักที่เราไม่กินมาด้วย  ทำให้กินไม่ลงพออีกวัน ก็ไม่รู้ว่าทำไมอยากกินอีก ก็ออกไปซื้อเองก็หยิบเอาเฉพาะของที่ฉันกินได้ และอยากกิน คราวนี้หน้าตาออกมาค่อยน่าทานหน่อย แล้วก็เริ่มทานจนหมด อืมไม่เลวนะ ราคาก็ถูกมากด้วย ชามเบ้อเริ่มเลยราคาขึ้นอยู่กับจำนวนไม้ที่เราหยิบใส่ตระกร้า บวกด้วยเส้นค่ะ

อีกวันก็ชวนเพื่อนซี้มาทานด้วยกัน เพื่อนก็บอกว่าอร่อยดี แล้วเราก็เริ่มทำการบอกต่อ และซื้อใส่ถุงกลับหอพัก ให้เพื่อนคนอื่นๆลองทานดู ตั้งแต่นั้นก็กลายเป็นอาหารยอดฮิตของพวกเรา ฮิ ฮิ ใครออกไปตลาดก็ฝากซื้อกัน เอาแบบแยกน้ำต่างหาก ทานเมื่อไหร่ก็เอาใส่ไมโครเวฟให้น้าร้อนๆ แล้วก็ใส่ทุกอย่างลงไปอร่อยมากๆค่ะ

อาหารตามร้านข้างทางเขานิยมเอาถุงพลาสติกมาสวมชามแล้วก็ใส่อาหาร ทานไม่หมดอยากเอากลับบ้านก็รวบถุงถือกลับบ้านไปได้เลย และชามก็ไม่ต้องล้างด้วย ประหยัดน้ำดีนะ แต่ว่าเมืองก็คงจะเกลื่อนไปด้วยถุงพลาสติก เฮ่อ สงสารโลกนะ ทำไงได้เราคงเปลี่ยนเขาไม่ได้หรอกเราเองยังใช้ถุงพลาสติกอยู่เลย เพียงแต่พยายามรีไซเคิลเอามาใช้แล้วใช้อีกจนกว่ามันจะขาดนั่นแหละ

อาหารโปรดอีกอย่างของ ฉัน และเพื่อนๆ คือปลาหมึกนาบกระทะร้อน ใส่พริกและเครื่องเทศสไตล์จีน ไม้่ละหยวน อร่อยอย่าบอกใคร ออกไปทีไรก็ต้องซื้อกินทุกที ครั้งละหลายๆไม้  หนวดหมึกใหญ่ๆ เขาเอามาเสียบไม้ใส่ถาด เอาพลาสติกคลุมกันฝุึ่น เราก็หยิบเอากี่ไม้แล้ วก็ให้เขาเอาไปนาบกับเหล็กกะทะ เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมมีัถ่านอยู่ข้างใต้ แล้วเขาก็ใช้เกรียงปาดปูนนี่แหละ กด กดให้ปลาหมึกมันนาบกับแผ่นเหล็กร้อนๆ สุกแล้วก็เอามาทาน้ำเหมือนเต้าเจี้ยวด้วยแปรง ทาสีแต่ไม่ได้เอาไปทาสีแล้วก็มาทาปลาหมึกเราหรอกนะ ฮ่ะแล้วก็โรยพริกป่น เครื่องเทศ กลิ่นฉุนเหมือนกัน ใครไม่ทานก็บอกเขาว่าไม่ต้องใส่ อยากไปทำขายที่บ้านเราเหมือนกันนะ ไม่เคยเห็นใครขาย แต่ว่าไม่รู้จะไปหาน้ำเต้าเจี้ยวแบบนี้ได้ที่ไหน นะซิใครรู้ช่วยบอกทีนะ

อาหารอีกอย่างอาจจเรียกว่าขนมหวานก็ได้ ภาษาจีนเรียกว่า ปาเป่าโจว หรือแปลว่า โจ๊กจักรพรรดิ์ ทำไมถึงเรียกแบบนั้น ฉันก็ไม่รู้ที่มาที่ไปหรอกนะ แต่คิดเอาเองว่า ปา แปลว่า แปด คือเขาเอาข้าวและถั่ว ธัญพืชต่างๆ แปดชนิดมาต้มรวมกัน คล้ายๆข้าวเหนียวดำเปียกเผือก แต่มีถั่วและธัญพืชหลายชนิด ต้มจนสุกดีไม่แข็ง และก็ไม่ข้นมากไป เขามีแบบร้อน และเย็น และก็ยังมีน้ำธัญพืชขายเป็นแก้วด้วย ราคาเท่ากัน แค่ หนึ่งหยวน พวกเราก็ชอบสั่งใส่แก้วพลาสติกใบใหญ่ หลายๆแก้วปิดฝาแล้วก็มาแช่ตู้เย็นทานได้สองสามวัน อิ่ม อร่อย ได้คุณค่าทางอาหารดีมากๆเลยค่ะ แถมราคาประหยัดอีกด้วย เอ้อ ดูเหมือนเขาจะต้มด้วยน้ำลำใยด้วยนะ แล้วก็ใส่พุทราจีนเชื่อมหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ทำให้ออกรสหวาน อร่อยชื่นใจดีแท้ๆ เลยค่ะ เคยลองทำเองก็ไม่เหมือนที่เขาทำขาย เพราะฉันก็ไม่รู้ว่าใส่อะไรอย่างละเท่าไหร่ ฉันหาอะไรมาใส่ได้ก็ใส่รวมไปต้ม พอสุกแล้วก็ใส่น้ำตาล พอประมาณไม่ให้หวานมาก อยากกลับไปกินอีกจังเลย ใครมีสูตรทำปาเป่าโจว ขอหน่อยนะค๊ะ  ฮิ ฮิ


Posted in Uncategorized | Leave a comment

พาหมอนวดไปหาหมอ ตอนอยู่ปักกิ่ง

เมื่อปี 2006 มีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก ที่ประเทศจีน เมื่อเดินทางครั้งแรกก็ตื่นเต้นมาก ภาษาจีนก็ำไม่ได้สักกะคำ ฟังดูก็ยากชะมัด และก็ไม่เคยคิดที่จะเรียนด้วย ตอนนั้นคิดเข้าข้า่งตัวเองว่าเราก็พอจะพูดภาษาปะกิตกะเขาได้คงไม่มีปัญหา พอตอนเข้าเมืองที่กรุงปักกิ่ง ภาษาจีนเปลี่ยนเป็น Beijing นานแล้วแต่คนไทยก็ยังนิยมเรียกปักกิ่งอยู่ ที่ด่านต.ม. ตรวจคนเข้าเมือง เขาก็ถามฉันเป็นภาษาจีน *^&%$@&*U@????  ฉันก็บอกเขาว่าฉันพูดได้แต่อังกฤษ ดูเหมือนว่าเขาก็ไม่สน พยายามถามเป็นภาษาจีนอยู่นั่้นแหละ น้องคนที่ไปด้วยเรียนจบเอกจีนมาจะไปเป็นรีเซฟชั่นก็ไม่รู้ว่าเขาพูดว่าอะไร เรียนในเมืองไทย คงจะยังไม่คุ้นสำเนียง แต่ในที่สุดก็ผ่านด่านมาได้ เพราะว่ามีเอกสารครบไม่มีปัญหาอะไร ตั้งแต่วันนั้นก็รู้ว่าคนจีนเป็นคนที่ชาตินิยมมาก ไม่ค่อยเปิดรับต่างชาติเท่าไหร่ เรื่องภาษาอังกฤษ น้อยคนมากที่พูดได้ แต่ก็มี Pizza  Mc  kfc ไม่แพ้บ้านเราเลย ฮ่า ๆ ฉันก็พยายามที่จะเรียนภาษาจีนให้ได้ เพราะว่าคนบ้านเขาไม่พูดอังกฤษกะเราเนี่ยซิ ทำให้เรามีความมานะพยายาม แต่ก็เสียใจตัวเองที่ไม่มีหนังสือไปเรียนสักกะเล่มเดียว ทำไงดีล่ะ ก็ไปขอยืมดิกภาษาจีนจากรีเซฟชั่นมาอ่านก็ยังอ่านไม่รู้เรื่องเพราะว่าไม่มีพื้นฐานเรื่องการอ่านและการออกเสียง ก็เลยให้เขาสอนพื้นฐาน เออ เสียงเขาก็มีสี่เสียงวรรณยุกต์เหมือนบ้านเราเลยนะ แต่สลับที่กัน ของเราเป็น สามัญ เอก โท ตรี จัตวา ของจีนเป็น สามัญ จัตวา เอก โท และเสียงเบา  ฉันก็เลยเอาตารางการออกเสียงมานั่งวิเคราะห์ดู อื่ม ไม่น่ายากเท่าไหร่ แต่ก็มีบางเสียงที่บ้านเราไม่มี เช่นสระที่ออกเสียงรวมกัน ระหว่าง อูกับอี ทำปากเป็นอูแต่ออกเสียงเป็นอี แล้วก็ผันตามเสียงของเขา แรกๆ ก็ยากอยู่ หัดเข้าบ่อยๆก็พอไปวัดไปวาได้  หลังจากใช้เวลาหนึ่งปีเต็มในการเรียนด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะยืมหนังสือเพื่อนมาอ่าน ให้ทางบ้านส่งมาให้ ฟังเพลง ฟังสื่อการสอน ซีดี วิดีโอ เอากรอกหูแม้กระทั่งนอนหลับ เพราะเคยอ่านหนังสือมาว่าสมองทำงานไม่มีเวลาพัก เราเอาข้อมูลกรอกลงไปทุกวัน และก็เป็นจริงๆอย่างที่เขาว่าเอาไว้ เพราะเพียงแค่ปีเดียวจากคนที่ไม่รู้เลยสักตัวเดียว กลับอ่านได้ เขียนได้ พูดได้ แต่ก็ได้เท่าที่เรียนนั่นแหละ ประมาณหนังสือสิบเล่ม ฮ่ะๆ คำที่ไม่เคยผ่านหูผ่านตาก็ยังคงไม่รู้เรื่องเช่นเคย แต่ก็พอเดาความหมายได้ หลังจากที่เรียนเรื่องการเดาภาษาจีน จากตัวหนังสือ เพราะภาษาจีนเป็นภาษาจากอักษรภาพ คนที่เรียนมาจะเข้าใจตรงนี้

แล้ววันหนึ่งเพื่อนร่วมงานฉันเกิดไม่สบาย ปวดหลังปวดไหล่ เรียกว่าระบมและอักเสบจากการทำงานหนัก รอดูอาการอยู่สองวัน ทานยาก็แล้ว ก็ยังไม่ดีขี้น ก็เลยอยากหาหมอเพื่อเอายามาทาน เผื่อว่ายาจีนจะรักษาได้ดีกว่ายาที่มีอยู่ ฉันก็พาแกไปหาหมอที่ ชางผิง เป็นเมืองหนึ่งในเป่ยจิง อยู่ไม่ไกลจากที่ๆพวกเราทำงานอยู่  นั่งรอหมอได้สักพัก หมอมาถึงก็ซักถามอาการ เราก็เป็นล่ามให้ เพื่อนก็พอพูดได้เหมือนกัน แต่อ่านไม่ได้เขียนไม่ได้ เล่าอาการให้หมอฟัง หมอก็ถามว่าไปทำอะไรมา เราก็บอกว่า พี่เขาเป็นหมอนวด นวดเขามากก็เลยปวด หมอก็หัวเราะ คนอื่นปวดมาหาหมอนวดให้นวดให้ หมอนวดปวดก็มาหาหมอ แล้วหมอก็เลยจับดูตรงที่พี่แกปวด แล้วแกก็กดดูว่าปวดมากขนาดไหน ยังไง กดไปสักพัก แกก็ถาม ว่ารู้สึกเป็นไงมั่ง แทนที่พี่แกจะบอกว่าแกเจ็บปวดยังไง แกกลับบอกว่า เฺฮ้อ คุณหมอนวดดี มีความสุขจัง หมอแกก็หัวเราะ และก็หยุดนวด พวกเรา สามคน ก็ขำกันใหญ่ หมอก็บอกว่าดีนะ หมอนวดมาหาหมอให้หมอนวดให้เนี่ย  ฮา แล้วแกก็ให้ใบสั่งยามา เราก็รอรับยา จ่ายเงินแล้วก็เอาบิลมาเบิกกับที่ทำงาน

ที่ปักกิ่ง เป็นที่แรกที่ฉันได้มีโอกาสเห็นถ่านหิน มันเป็นเหมือนก้อนหินแต่เป็นสีดำสนิท เอามาเผาก็จะติดไฟและทนกว่าถ่านไม้มากเขาจะเอาไปใส่สำหรับต้มน้ำทำระบบน้ำร้อน และเครื่องทำความร้อน หรือที่เรียกว่า ฮีทเตอร์ อยู่เมืองไทย ไม่เคยเห็นว่ามันหน้าตาเป็นอย่างไร  แต่มาอยู่จีนก็ได้เห็นทั้งแบบติดตั้งในบ้านและ แบบที่คล้ายพัดลมบ้านเรา แต่ไม่มีใบพัด ส่ายหน้าได้เหมือนพัดลมเด๊ะ ถ่ายรูปไว้เหมือนกัน วันไหนว่างๆจะลงรูปให้ดูนะ

ตรงที่ฉันทำงาน  หนานโข่ว เป็นจุดที่เราสามารถมองเห็นกำแพงเมืองจีนได้  ฉันมักจะเดินออกกำลังกายไปทำงาน ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออกร้อนเหมือนบ้านเราเลย หรือหิมะตก ฉันก็ยังคงเดินไปกลับทุกวัน ยกเว้นวันไหนเลิกงานดึกๆ ก็จะกลับรถ ปานเชอ ก็เป็นบริการรถรับส่งพนักงานกลับไปหอพัก หรือส่งมาทำงานนั่นเอง ปานเชอจะรับและส่งเป็นเวลา  ฉันไม่ค่อยได้ใช้บริการเท่าไหร่ ชอบเดินมากกว่า เดินไปก็ดูต้นไม้ ต้นหญ้าที่บ้านเราไม่มี หรือไม่ก็เก็บพุทราจีนสดๆกินตามต้นที่อยู่รายทาง หวานอร่อยมาก หรือไม่ก็แวะไปถ่ายรูปสวยๆ ตรงที่เขาปลูกต้นไม้ดอกไม้หลายหลากสี  ที่ๆทำงานฉันเป็นของคุณชาญชัย รวยรุ่งเรือง สนามกอล์ฟ และโรงแรมมีชื่อเสียงและสวยงามมากพวกเราจะเรียกท่านว่า เหลาป่าน คือเป็นเจ้าของกิจการนั่นเอง ท่านรวยมากๆ มีตึกอยู่ในเมือง สถานฑูตไทย ก็อยู่ในตึก หงหนิว นี่แหละค่ะ กระทิงแดง ที่ทำรายได้ ปีละเป็นพัน ล้าน ทำไมไม่แบ่งให้เราบ้างนะ ขอสักสิบล้านก็ได้ ฮ่า ท่านเป็นคนใจดีนะ

Posted in Uncategorized | Leave a comment

live in Czech Republic

สถานฑูตไทยในกรุงปราก http://www.thaiembassy.cz

การเดินทางในปราก

จากสนามบินสามารถนั่งรถบัส แล้วมาต่อใต้ดินเมโทรได้

ซื้อตั๋วจากตู้ขายตั๋วสีเหลืองที่สถานีที่สนามบินได้เลย ราคา 100 ใช้ได้ยิ่สิบสีชั่วโมง 26 ใช้ได้ เก้าสิบนาที 18 ได้สามสิบนาที ตั๋วเดือนซื้อได้ตามสถานีใต้ดิน เตรียมรูปถ่ายหนึ่งนิ้วไปด้วย ราคา550 ตั๋วสามเดือนราคา 1480 คนที่ไม่มีตั๋วเมื่อโดนตรวจ จะถูกปรับประมาณ 700 ตั๋วใช้ได้เฉพาะในโซนที่กำหนด สามารถตรวจดูโซนได้จากแผนที่ในสถานีใต้ดิน  เดินทางในโซนที่กำหนดสามารถใช้โดยสารรถสาธารณะได้ทุกประเภททั้งรถบัส Auto bus ใต้ดิน Metro  หรือรถราง Tram

เช็คการเดินทางได้จาก http://www.idos.cz เวลาและเส้นทางเดินรถ รวมทั้งการเดินทางโดยรถไฟไปต่างประเทศ และรถบัสไปต่างประเทศด้วย

การเดินทางโดยรถไฟตั้งแต่สองคนถึงสามสิบคนจะได้ส่วนลดพิเศษด้วย ควรซื้อตั๋วจากสถานี ็

เว็บไซต์ยอดฮิต ส่งข้อความทาง ฟรี ทั้ง vodafone . o2. t-mobile

http://www.seznam.cz

ซื้อซิมโทรศัพท์  สัญญาณของ O2 จะดีกว่าค่ายอื่น สามารถรับสายได้แม้อยู่ชั้นใต้ดิน แต่เพื่อนๆจะนิยมของ Vodafone เนื่องจากมีค่าโทรถูก กว่าค่ายอื่น ส่วน ทีโมบาย ลองมาสองซิมแล้ว ทั้งซิมธรรมดา และเน็ตซิม กินเงินน่าดู เติมไว้พันนึง ไม่ได้โทรเลย เข้าไปเวบมาสองครั้งไม่เกินห้านาทีเงินหายหมด โทรออกไม่ได้ กลับไปถามร้านทำไมไม่มีเงินเขาบอกว่าเราเอาซิมธรรมดาไปใช้ต่อเนต มันแพง เราก็ลองซื้อเนตซิมมาเติมไปพันนึ่งเหมือนกัน ไม่เท่าไหร่ก็หมดอีก เลยถอดซิมออกแล้วไม่ใช้อีกเลย ส่วนที่ประทับใจมากก็ของ โอทูเน็ตซิมนี่แหละ  ซื้อซิม เก้าสิบเก้า เติมเงิน หนึ่งพัน แถมให้ หกร้อย และ แถมอีก หนึ่งพัน เป็นสองพันหก ใช้เล่นเน็ตได้ทั้งวัน ซื้อตัว USB huawei modem มาเกือบสองพัน เงินสด ถ้าทำสัญญาก็บาทเดียว แต่ค่าเน็ตรายเดือนจะแพงกว่ามาก ก็เลยไม่เอา ซื้อเงินสด ราคานี้ก็โอเคอยู่ เล่นเน็ตเดือนละ สองร้อย ถูกมากๆ ใช้มาปีแล้วเงินยังเหลืออยู่เยอะเลย ก็เดือนละสองร้อยเอง ไม่้รวมค่าโทรนะ ถ้าเอามาโทรก็ว่ากันไปตามค่าโทร เราเอาไปใช้ต่อ skype โทรไปเมืองไทย ชัดแจ๋ว ต่อปุ๊บติดปั๊บ เพื่อนใช้เดือนละ แปดร้อย ยังโทรหลุดบ่อยๆ เพื่อนซื้อบัตรโทรกลับไทยราคาถูกแต่ก็ต่อติดยากเหมือนกันนะ  เราซื้อ skype thailand unlimited โทรไม่จำกัด จะโทรทั้งวัน ก็ได้ โทรเข้าได้ทั้งบ้านและมือถือ ยกเว้นเบอร์สี่ตัว ฮิ อิ

โทรหาลูกๆ โทรหาเพื่อน พ่อ แม่ พี่น้องที่ไทย คุยกันกระจายไม่ต้องห่วงค่าโทร ซื้อรายปีลดให้อีก เราซื้อสองปีเลย เพื่อนๆมาหาก็ต่อให้เพื่อนคุยกับคนทางบ้านที่ไทย ไปหาเพื่อนก็ต่อให้เขาคุยกัน ได้บุญด้วยนะ ฮ่ะ ฮ่ะ แต่เพื่อนคนอื่นที่เขาคิดเงินเขาก็คงไม่พอใจเราที่เราให้คนอื่นโทรฟรี เหมือนกับทำให้คนอื่นมองว่าเขาเห็นแก่เงิน แต่เราว่ามันเรื่องส่วนตัวนะ เพราะเขาก็มีค่าใช้จ่าย เราก็มีค่าใช้จ่ายที่เราซื้อเน็ตและ เติมเงิน แต่เราไม่คิดมากเพราะ โทรเท่าไหร่ก็ไม่ได้เสียเงินเพิ่ม เราก็เสียของเราอยู่เท่าเดิม แต่เพื่อนๆ เราเขาใช้ระบบอื่น โทรมากเสียมาก คิดเป็นนาทีเขาก็ให้ฟรีไม่ได้ เราก็เข้าใจนะ แต่เขาจะเข้าใจเราป่าวเนี่ย

ไปซื้อของตลาดเวียดนามที่นี่เลย จะกินผัดไทย หอยทอด อาหารทะเลที่ราคาถูกกว่าในห้าง เต้าหู้เครื่องปรุง ซอสหอยนางรม ซอสพริก น้ำพริกแกง ทั้งแกงเหลือง แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน ไม่ต้องขนมาจากเมืองไทย ราคาไม่แพง น้ำปลา สามขวดร้อย  พริกแห้ง พริกสด ผักบุ้งที่ในเมืองไม่มีขาย แต่ที่นี่มีผักหลายชนิดที่ซอยราคาแพงมาก ร้านท้ายซอยก็ยังแพงกว่าร้านเจ้ แต่พูดไทยได้บ้าง แถมพูดกวนประสาทอีกต่างหาก ถามราคา เท่าไหร่ บอก สี่สิบ ซื้อสามห่อลดได้ไหม มันบอกว่า ได้สามห่อร้อยห้าสิบ ดูมัน เลยไปซื้อร้านอื่นดีกว่า เคยอ่านเจอคนถามว่าจะไปหาซื้อข่า ตะไคร้มาทำต้มยำได้ที่ไหน ก็มาที่นี่เลย มีทุกอย่าง และยังมีต้มยำสำเร็จด้วย กะทิ ก็มี เต้าเจี้ยว ซอสอีกมากมายหลาชนิด มีให้เลือก ด้วยราคาที่ถูกกว่าที่อื่นในปราก รับประกันได้ และยังมีเสื้่อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ราคาขายส่งด้วย แต่ต้องดูดีๆ บางร้านขายแพงกว่าในเมืองอีก คนที่นั่นเหมือนคนไทยที่ชอบบอกราคาให้เวอร์ไว้ก่อนเผื่อต่อรองราคา หม้อหุงข้าวก็มี ราคาไม่แำพง ไม่ต้องหอบมาจากเมืองไทย เพื่อนๆชอบบอกให้คนไทยที่ีมาทำงานที่ปรากหอบหม้อมาด้วย ฉันไปซื้อมาใบเบ้อเริ่มแ่ค่ไม่กี่ร้อยเอง ถ้าเขาบอกหกร้อยก็ต่อเขาสักสี่ห้าร้อย เขาก็ให้ ดูราคาที่ควรจะเป็นแล้วก็ลองต่อดู

บางคนเืพื่อนบอกให้ซื้อรองเท้าดีๆมาด้วย โอ้ยที่ปรากนะยัดตูดตาย เยอะและราคาถูกไม่ต้องห่วงว่าไม่มีไซส์คนไทย เพราะสาวเชกก็ตัวพอๆกับเรานั่นแหละ เสื้อผ้า กางเกง รองเท้า ใครมาใหม่ลองเดินหาร้าน สามสิบห้า ดู ของหลายอย่างราคาเดียวกัน ทั้งเสื้อกันหนาว กระเป๋า รองเท้า หรือไม่ก็เดินตามห้างใหญ่ เช่น โลตัส อินเตอร์สปา เลทแนนนี่ มีเสื้อผ้าราคาถูกลดราคา เจ็ดสิบ แปดสิบเปอร์เซนต์ ซื้อเหมือนได้เปล่า บางตัวราคาเป็นพัน เหลือแปดสิบ ฮิ ฮิ ไม่ได้โม้ และเขาลดจริงๆ ไม่ได้ติดป้ายหลอกแล้วก็ขีดทับเขียนราคาใหม่ ที่จริงไม่ได้ลด  เพราะที่นี่เขามีเสื้่อผ้าตามฤดูกาล พอใกล้เปลี่ยนฤดูเขาก็จะลดแล้วเอาของใหม่มาลง   แนะนำให้คนที่ต้องการอยู่นานๆ ซื้อเสื้อกันหนาวเก็บเอาไว้ตอนที่เขาลดราคา จะได้เสื้อราคาถูกมากๆ อากาศที่นี่ก็หนาวเกือบทั้งปี ยังไงก็ได้ใช้อยู่แล้ว เส้นทางไปตลาดเวียดนาม

นั่งรถใต้ดิน metro line B (green line) > Depo Hostivar> bus no.208 to Tiskarska

มีอีกที่หนึ่งตลาดเวียดนามเหมือนกัน แต่ของแพงกว่าที่ Tiskarska อยู่ที่ปรากเจ็ดสำหรับคนอยู่ใกล้ๆก็เดินทางสะดวกกว่า แต่ของกินไม่เยอะเหมือนปรากสิบ ที่แนะนำให้ไป แต่ที่ปรากเจ็ดนี่สำหรับคนที่อยากซื้อคอมพิวเตอร์หรือโนตบุค สามารถไปซื้อที่ อัลซ่า http://www.alza.cz ที่นี่เป็นศูนย์อิเลคโทรนิคส์ใหญ่ รับประกันสินค้า มีปัญหากลับมาส่งศูนย์ซ่อมได้เลย เอาบิลมาด้วย ฉันก็ซื้อเครื่องแรกที่นี่ เคยมาส่งซ่อมด้วย

Posted in Uncategorized | Leave a comment

Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

Posted in Uncategorized | 1 Comment